Product Description
AWAVE DSP 6V5 DSP 8CH & AMP 6CH X 90W
เจาะลึกสถาปัตยกรรมภายในของ ศิลปะแห่งวิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ภายใน ความแตกต่างระหว่างระบบ
เสียงที่ "ให้เสียงถูกต้อง" กับระบบที่ "ถ่ายทอดอารมณ์ดนตรีได้ถึงขีดสุด" ไม่ได้ตัดสินกันแค่ลำโพงหรือ
แอมป์ราคาแพง แต่กุญแจสำคัญอยู่ที่การจัดการสัญญาณเสียง (Signal Processing) ของ DSP วันนี้เ
ราจะมาสำรวจไส้ในของ Awave DSP6V5 เพื่อดูว่างานวิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นส่งผลต่อคุณภาพ
เสียงอย่างไร

ผ่าโครงสร้างระบบ: ความแม่นยำที่ไม่มีการประนีประนอม
1. สมองหลัก (DSP Core) : ANALOG DEVICES ADAU1452WBPCZ ควบคุมการประมวลผล
สัญญาณเสียงทั้งหมด สถาปัตยกรรม 28/56-bit ที่ความเร็ว 294.912 MHz ช่วยให้การคำนวณ EQ,
CROSSOVER และ TIME ALIGNMENT เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ไร้อาการหน่วง (Latency) ทำให้
เสียงที่ออกมามีความแม่นยำสูงสุดในทุกย่านความถี่

2. หัวใจคุมจังหวะ ( CLOCK GENERATOR ) แบบแยกส่วน : ความละเอียดของเสียงเริ่มต้นที่
ความแม่นยำของจังหวะ ( CLOCK ) บอร์ดนี้จึงติดตั้ง CRYSTAL OSCILLATOR คุณภาพสูงไว้ 2 ตัว
เพื่อแยก Domain การทำงานให้เด็ดขาด
ตัวที่ 1 12.288 MHz : ควบคุมการสุ่มสัญญาณเสียง ( AUDIO SAMPLING ) เพื่อลดค่าความเพี้ยน
ของจังหวะ ( Jitter ) ให้ต่ำที่สุด ทำให้เสียงมีความเที่ยงตรงระดับ Audiophile

ตัวที่ 2 8.000 MHz : คุมจังหวะของระบบควบคุม ( SYSTEM CONTROL ) ให้ทำงานแยกส่วน
เด็ดขาด เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนดิจิทัลข้ามฝั่งไปกวนเนื้อเสียงดนตรี ทำให้พื้นหลังเสียงเงียบสงัด

3. หัวใจที่เป็นดนตรี (DAC) : AKM AK4458VN ชิปแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาล็อกระดับ 32-bit ที่
ให้แนวเสียงแบบ "Velvet Sound" นุ่มนวล มีความเป็นธรรมชาติสูง และความ "กังวาน" (Decay) ของ
เครื่องดนตรีที่ทิ้งท้ายได้ละเมียดละไม

4. ภาครับสัญญาณ (ADC) : AKM AK5538VN ชิปแปลงสัญญาณจากวิทยุเดิมเป็นดิจิทัลระดับ
Premium 32-bit ให้ช่วงไดนามิกสูงถึง 121dB เก็บรายละเอียดต้นฉบับได้ครบถ้วน ทำให้สัญญาณ
บริสุทธิ์ตั้งแต่วินาทีแรก

5. ภาคขยายเสียงแบบแยกแชนแนล (Dedicated Op-Amp per Channel) : ศิลปะแห่งการแยกขาด
ออกจากกันเพื่อความสมบูรณ์แบบใน DSP ส่วนใหญ่ทั่วไป มักจะเลือกใช้ Op-Amp เพียง 1 ตัว เพื่อคุม
สัญญาณเสียงพร้อมกัน 2 แชนแนล (เพื่อประหยัดพื้นที่และต้นทุน) แต่ AWAVE DSP 6V5 เลือกทางที่
ยากกว่าโดยการติดตั้ง OP-AMP เบอร์ 33078 จำนวน 1 ตัว ต่อ 1 แชนแนล ซึ่งมีข้อดีที่ส่งผลต่อคุณภาพ
เสียงโดยตรงดังนี้ครับ

5.1 การกำจัดสัญญาณรบกวนข้ามช่อง (Zero Crosstalk) : เมื่อทุกแชนแนลทำงานแยกตัวกันโดย
เด็ดขาด สัญญาณเสียงของ "แชนแนลซ้าย" จะไม่มีทางรั่วไหลไปกวน "แชนแนลขวา" หรือแชนแนลอื่นๆ
ได้เลย ผลที่ได้คือ "ความสะอาด" ของเสียงที่เหนือชั้น เวทีเสียง ( SOUNDSTAGE ) จะมีความกว้างและ
ลึกอย่างน่าอัศจรรย์
5.2 การรักษาเสถียรภาพของกระแสไฟ ( LOAD ISOLATION ) : การที่ OP-AMP 1 ตัว รับภาระเพียง
แค่ 1 แชนแนล ทำให้มันสามารถจ่ายกระแสไฟได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเผชิญกับอาการ "ไฟตก" หรือ
"แรงดันแกว่ง" เมื่อแชนแนลข้างๆ ทำงานหนัก ทำให้ไดนามิกของเสียง (Dynamic Range) มีความฉับไว
และหนักแน่นในทุกความถี่
5.3 ความเป็นอิสระในการตอบสนอง ( INDEPENDENT RESPONSE ) : OP-AMP แต่ละตัวสามารถ
ตอบสนองต่อย่านความถี่ ( FREQUENCY RESPONSE ) ได้อย่างอิสระที่สุด เสียงแหลมจะมีความ
ใสกระจ่างโดยไม่ถูกสัญญาณความถี่ต่ำมารบกวน ทำให้ได้เสียงที่มี "เนื้อ" และ "รายละเอียด" (Texture)
ที่สมจริง
5.4 ความเพี้ยนต่ำในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน ( MINIMAL THD ) : การใช้ OP-AMP 33078 ในลักษณะ
DEDICATED ช่วยให้ค่าความเพี้ยนรวม (Total Harmonic Distortion) อยู่ในระดับที่ต่ำมากจนหูมนุษย์
แทบไม่สามารถตรวจพบ ทำให้เสียงที่ถ่ายทอดออกมามีความ "ซื่อตรง" ต่อต้นฉบับมากที่สุด
6. ระบบควบคุมและการจัดการพลังงานขั้นสูง (System Control & Power Management)
เสาหลักแห่งความนิ่งและเงียบสงัด ในวงจรเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ความนิ่งของระบบคือหัวใจสำคัญ
หากจัดการได้ไม่ดี เสียงรบกวน (Noise) จะแทรกเข้าไปในเพลงได้ง่าย AWAVE DSP6V5 จึงแยกส่วน
การทำงานไว้ดังนี้ครับ

* GigaDevice GD32F303 (ARM Cortex-M4): "สมองสำรองที่แยกส่วนเด็ดขาด"
* หน้าที่สำคัญ: ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ (Manager) ที่คอยรับคำสั่งทุกอย่างจากผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการ
ปรับค่า DSP, เปลี่ยนโหมดเสียง หรือการประมวลผลคำสั่งจากหน้าจอควบคุม
* ทำไมถึงสำคัญ: การที่ชิปตัวนี้แยกการทำงานออกจากชิปประมวลผลเสียงโดยสิ้นเชิง ทำให้สัญญาณ
เสียงไม่ถูกรบกวนด้วย "สัญญาณดิจิทัล" ที่เกิดจากการกดสั่งงานหรือปรับค่าต่างๆ ทำให้พื้นหลังของ
เสียงในทุกย่านความถี่มีความเงียบสนิท (Black Background) โดยไม่มีเสียงรบกวนจากคำสั่ง
ดิจิทัลเล็ดลอดออกมาครับ
* AMP1821 (Power Management) : "ระบบฟอกอากาศให้กระแสไฟ"
* หน้าที่สำคัญ: ทำหน้าที่เป็นตัวกรองและควบคุมแรงดันไฟก่อนที่จะส่งไปเลี้ยงวงจรเสียงทั้งหมด
* ทำไมถึงสำคัญ: ไฟที่จ่ายจากแบตเตอรี่รถยนต์มักจะมีอาการกระเพื่อมหรือสัญญาณรบกวนจาก
อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในรถ (เช่น ไดชาร์จ หรือพัดลม) ชิปตัวนี้จะเข้ามาทำหน้าที่ "ทำความสะอาด"
กระแสไฟเหล่านั้นให้เรียบสนิทและเสถียรที่สุด
7. ภาคขยายกำลัง (Power Amplification): Infineon MA5332MS Triple Array หัวใจแห่งพลังที่
ไม่ยอมประนีประนอม

* หัวใจของระบบขับกำลังใน Awave DSP6V5 คือการผสานเทคโนโลยีจากชิป Infineon MA5332MS
เกรดอุตสาหกรรมจำนวน 3 ตัว ซึ่งถูกจัดวางแบบ Triple Array บนแผงวงจรเพื่อขับกำลังในรูปแบบ 6
Channel High Power
* สถาปัตยกรรม Class D ประสิทธิภาพสูง: ชิป Infineon MA5332MS ไม่ใช่แค่ชิปแอมป์ทั่วไป แต่เป็น
ชิปClass D ที่โดดเด่นเรื่อง "ความเที่ยงตรง" ของสัญญาณสูงมาก การนำชิป 3 ตัวมาแบ่งงานกันทำงาน
(ตัวละ 2 แชนแนล) ช่วยลดภาระการทำงานหนักของชิปแต่ละตัว ทำให้แอมป์ไม่ต้องทำงานที่ขีดจำกัด
สูงสุดตลอดเวลา ส่งผลให้ความเพี้ยนต่ำ (Low THD) และเสียงที่ได้มีความสะอาดสดใสกว่าแอมป์ที่ฝืน
กำลังเครื่องครับ
* ความเร็วในการตอบสนอง (High Slew Rate): ด้วยคุณสมบัติของ Infineon ที่มีความเร็วในการตอบ
สนองต่อสัญญาณอินพุตที่รวดเร็วมาก ทำให้การถ่ายทอดเสียงที่มีจังหวะฉับพลัน (Transient Response)
เช่น เสียงกลองสะบัด หรือเสียงดีดกีตาร์ ทำได้แม่นยำและสมจริง ราวกับศิลปินมาบรรเลงอยู่ตรงหน้า
โดยไม่มีอาการเสียงหน่วงหรือยืดยาด
* การจัดการพลังงานแบบ Triple Array (Load Stability): ในจังหวะที่เพลงต้องการพลังงานสูง (เช่น
ช่วงกระแทกเบสหนักๆ) แอมป์ทั่วไปมักจะเกิดอาการ "ไฟตก" หรือแรงดันแกว่ง (Power Drop) ทำให้เสียง
เบสบวมหรือเบลอ แต่โครงสร้างแบบ Triple Array ในเครื่องนี้จะช่วยกระจายโหลดการทำงาน ทำให้
ระบบสามารถดึงกระแสไฟมาขับลำโพงได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้เสียงเบสที่ได้มีความกระชับ
ลึก และมีพลัง (Punchy & Tight) โดยที่กำลังขับไม่ลดลงแม้จะเปิดด้วยความดังระดับสูง
* ประสิทธิภาพทางความร้อน (Thermal Efficiency): ชิป Infineon ชุดนี้มีประสิทธิภาพสูงมากในแง่ของ
พลังงาน (Efficiency) ทำให้เกิดความร้อนสะสมน้อยกว่าแอมป์รุ่นเก่าๆ การทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าช่วย
ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยรอบบนบอร์ดให้ยาวนานขึ้น และคงความนิ่งของเสียง
ไว้ได้แม้ต้องเปิดต่อเนื่องเป็นเวลานานระหว่างการเดินทางครับ
ทุกรายละเอียดบนบอร์ดถูกออกแบบด้วย "ความซื่อตรง" ต่อสัญญาณเสียงอย่างสูงสุด นี่คือ DSP&
Technical data
Output channel equalizer
- Centre frequency point: 20Hz~20KHz
- Q-value: 0,3~15
- Amplification: -15dB~+15dB
Electronic circuits
- High-performance DSP from ADI
- Analogue-to-Digital Converter (ADC): AKM5538 HI-End 768kHz/32-bit digital signal
- HI-End components
- Input channel
-
- High-level input with combined frequency
-
- Digital-to-Analogue Converter (DAC): AKM4458 HI-End 768kHz/32-bit
-
- Professional audio operational amplifier
-
- Hi-End professional audio capacitor
-
- 8 high-level inputs
-
- 2-channel RCA input and high-level 1.2 multiplexing
-
- Optical input, coaxial input - 192kHz/32-bit support
-
- OTG input - 192kHz/24-bit support
-
- Bluetooth input
Bluetooth support
- Bluetooth 5.0
- Bluetooth protocol: A2DP/AVRCP
- Bluetooth formats supported: aptX/aptX HD/AAC/SBC
Amplifier output channel
- 6 high-level outputs
- 4 RCA outputs
- Class D amplifier:
-
- 6CH x 90W (4Ω, 14.4V, 1kHz, 1% THD)
-
- 6CH x 135W (2Ω, 14.4V, 1kHz, 1% THD)
Sound parameters
- Signal-to-noise ratio: ≥100dB
- Total harmonic distortion (THD): ≤0.01%
- Input sensitivity
- Input impedance
- RCA output voltage
- Operating voltage range: 9~18V
Input channel equalizer
- Each input channel has an independent 5-segment equalizer
- Filter type: PE (top) / LS (low shelf) / HS (high shelf) / 1st row, 2nd row ALLPASS
- Centre frequency point: 20Hz~20KHz
- Q-value: 0,3~15
- Amplification: -15dB~+15dB
Input sources
- Analogue, optical, coaxial input, Bluetooth, OTG
- Parameters (DLC)
- Intelligent recognition and automatic switching of the recording mode for multiple
- audio sources
- 8-channel input
Individual settings for each channel
- Output gain adjustment: -40dB~0dB
- Polarity adjustment: positive/negative
- Delay adjustment: 0-20ms
- Surround sound channels:
-
- Front sound field
-
- Rear sound field
-
- Central sound field
-
- Sound field surrounding the "starry sky"
-
- Subwoofer
Filters and output signal splitting
- Filter type: Butterworth/Nink-Rein/Bessel
- Equalizer mode
- Baseline phase
- Output polarity
- Output delay
- Independent adjustment / absolute adjustment / relative adjustment / split point
- adjustment
Output adjustments
- Adjustment for each channel: 0°~360°
- Polarisation for each channel: positive/negative
- Delay for each channel: 0~20ms
- Volume control:
-
- Single channel volume: mute, -40dB~0dB
-
- Subwoofer volume: mute, -40dB~0dB
-
- Total subwoofer volume: mute, -40dB~+12dB
-
- Total volume control: mute, -40dB~+12dB
Dimensions:
- 224mm x 156mm x 49mm
















