> PRODUCT > AWAVE > DSP & AMP > DSP 6V5

DSP 6V5

Ask question about this product

Price : 29800.- บาท


Product Description

 

 

   AWAVE DSP 6V5    DSP 8CH & AMP 6CH X 90W

 


 

 

เจาะลึกสถาปัตยกรรมภายในของ ศิลปะแห่งวิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ภายใน ความแตกต่างระหว่างระบบ

 

เสียงที่ "ให้เสียงถูกต้อง" กับระบบที่ "ถ่ายทอดอารมณ์ดนตรีได้ถึงขีดสุด" ไม่ได้ตัดสินกันแค่ลำโพงหรือ

 

แอมป์ราคาแพง แต่กุญแจสำคัญอยู่ที่การจัดการสัญญาณเสียง (Signal Processing) ของ DSP วันนี้เ

 

ราจะมาสำรวจไส้ในของ Awave DSP6V5 เพื่อดูว่างานวิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นส่งผลต่อคุณภาพ

 

เสียงอย่างไร

 

 

 

 


ผ่าโครงสร้างระบบ: ความแม่นยำที่ไม่มีการประนีประนอม


1. สมองหลัก (DSP Core) : ANALOG DEVICES ADAU1452WBPCZ ควบคุมการประมวลผล

 

สัญญาณเสียงทั้งหมด สถาปัตยกรรม 28/56-bit ที่ความเร็ว 294.912 MHz ช่วยให้การคำนวณ EQ,

 

CROSSOVER และ TIME ALIGNMENT เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ไร้อาการหน่วง (Latency) ทำให้

 

เสียงที่ออกมามีความแม่นยำสูงสุดในทุกย่านความถี่

 

 

 

 


2. หัวใจคุมจังหวะ ( CLOCK GENERATOR ) แบบแยกส่วน : ความละเอียดของเสียงเริ่มต้นที่

 

ความแม่นยำของจังหวะ ( CLOCK ) บอร์ดนี้จึงติดตั้ง CRYSTAL OSCILLATOR คุณภาพสูงไว้ 2 ตัว

 

เพื่อแยก Domain การทำงานให้เด็ดขาด

 


ตัวที่ 1 12.288 MHz : ควบคุมการสุ่มสัญญาณเสียง ( AUDIO SAMPLING ) เพื่อลดค่าความเพี้ยน

 

ของจังหวะ ( Jitter ) ให้ต่ำที่สุด ทำให้เสียงมีความเที่ยงตรงระดับ Audiophile

 

 


ตัวที่ 2 8.000 MHz : คุมจังหวะของระบบควบคุม ( SYSTEM CONTROL ) ให้ทำงานแยกส่วน

 

เด็ดขาด เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนดิจิทัลข้ามฝั่งไปกวนเนื้อเสียงดนตรี ทำให้พื้นหลังเสียงเงียบสงัด

 

 

 


3. หัวใจที่เป็นดนตรี (DAC) : AKM AK4458VN ชิปแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาล็อกระดับ 32-bit ที่

 

ให้แนวเสียงแบบ "Velvet Sound" นุ่มนวล มีความเป็นธรรมชาติสูง และความ "กังวาน" (Decay) ของ

 

เครื่องดนตรีที่ทิ้งท้ายได้ละเมียดละไม

 

 

 


4. ภาครับสัญญาณ (ADC) : AKM AK5538VN ชิปแปลงสัญญาณจากวิทยุเดิมเป็นดิจิทัลระดับ

 

Premium 32-bit ให้ช่วงไดนามิกสูงถึง 121dB เก็บรายละเอียดต้นฉบับได้ครบถ้วน ทำให้สัญญาณ

 

บริสุทธิ์ตั้งแต่วินาทีแรก

 

 


5. ภาคขยายเสียงแบบแยกแชนแนล (Dedicated Op-Amp per Channel) : ศิลปะแห่งการแยกขาด

 

ออกจากกันเพื่อความสมบูรณ์แบบใน DSP ส่วนใหญ่ทั่วไป มักจะเลือกใช้ Op-Amp เพียง 1 ตัว เพื่อคุม

 

สัญญาณเสียงพร้อมกัน 2 แชนแนล (เพื่อประหยัดพื้นที่และต้นทุน) แต่ AWAVE DSP 6V5 เลือกทางที่

 

ยากกว่าโดยการติดตั้ง OP-AMP เบอร์ 33078 จำนวน 1 ตัว ต่อ 1 แชนแนล ซึ่งมีข้อดีที่ส่งผลต่อคุณภาพ

 

เสียงโดยตรงดังนี้ครับ

 

 


5.1 การกำจัดสัญญาณรบกวนข้ามช่อง (Zero Crosstalk) : เมื่อทุกแชนแนลทำงานแยกตัวกันโดย

 

เด็ดขาด สัญญาณเสียงของ "แชนแนลซ้าย" จะไม่มีทางรั่วไหลไปกวน "แชนแนลขวา" หรือแชนแนลอื่นๆ

 

ได้เลย ผลที่ได้คือ "ความสะอาด" ของเสียงที่เหนือชั้น เวทีเสียง ( SOUNDSTAGE ) จะมีความกว้างและ

 

ลึกอย่างน่าอัศจรรย์

 


5.2 การรักษาเสถียรภาพของกระแสไฟ ( LOAD ISOLATION ) : การที่ OP-AMP 1 ตัว รับภาระเพียง

 

แค่ 1 แชนแนล ทำให้มันสามารถจ่ายกระแสไฟได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเผชิญกับอาการ "ไฟตก" หรือ

 

"แรงดันแกว่ง" เมื่อแชนแนลข้างๆ ทำงานหนัก ทำให้ไดนามิกของเสียง (Dynamic Range) มีความฉับไว

 

และหนักแน่นในทุกความถี่

 


5.3 ความเป็นอิสระในการตอบสนอง ( INDEPENDENT RESPONSE ) : OP-AMP แต่ละตัวสามารถ

 

ตอบสนองต่อย่านความถี่ ( FREQUENCY RESPONSE ) ได้อย่างอิสระที่สุด เสียงแหลมจะมีความ

 

ใสกระจ่างโดยไม่ถูกสัญญาณความถี่ต่ำมารบกวน ทำให้ได้เสียงที่มี "เนื้อ" และ "รายละเอียด" (Texture)

 

ที่สมจริง

 


5.4 ความเพี้ยนต่ำในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน ( MINIMAL THD ) : การใช้ OP-AMP 33078 ในลักษณะ

 

DEDICATED ช่วยให้ค่าความเพี้ยนรวม (Total Harmonic Distortion) อยู่ในระดับที่ต่ำมากจนหูมนุษย์

 

แทบไม่สามารถตรวจพบ ทำให้เสียงที่ถ่ายทอดออกมามีความ "ซื่อตรง" ต่อต้นฉบับมากที่สุด

 

 


6. ระบบควบคุมและการจัดการพลังงานขั้นสูง (System Control & Power Management)

 

เสาหลักแห่งความนิ่งและเงียบสงัด ในวงจรเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ความนิ่งของระบบคือหัวใจสำคัญ

 

หากจัดการได้ไม่ดี เสียงรบกวน (Noise) จะแทรกเข้าไปในเพลงได้ง่าย AWAVE DSP6V5 จึงแยกส่วน

 

การทำงานไว้ดังนี้ครับ

 

 


* GigaDevice GD32F303 (ARM Cortex-M4): "สมองสำรองที่แยกส่วนเด็ดขาด"

 


    * หน้าที่สำคัญ: ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ (Manager) ที่คอยรับคำสั่งทุกอย่างจากผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการ

 

       ปรับค่า DSP, เปลี่ยนโหมดเสียง หรือการประมวลผลคำสั่งจากหน้าจอควบคุม


    * ทำไมถึงสำคัญ: การที่ชิปตัวนี้แยกการทำงานออกจากชิปประมวลผลเสียงโดยสิ้นเชิง ทำให้สัญญาณ

 

       เสียงไม่ถูกรบกวนด้วย "สัญญาณดิจิทัล" ที่เกิดจากการกดสั่งงานหรือปรับค่าต่างๆ ทำให้พื้นหลังของ

   

       เสียงในทุกย่านความถี่มีความเงียบสนิท (Black Background) โดยไม่มีเสียงรบกวนจากคำสั่ง

   

       ดิจิทัลเล็ดลอดออกมาครับ


* AMP1821 (Power Management) : "ระบบฟอกอากาศให้กระแสไฟ"


    * หน้าที่สำคัญ: ทำหน้าที่เป็นตัวกรองและควบคุมแรงดันไฟก่อนที่จะส่งไปเลี้ยงวงจรเสียงทั้งหมด


    * ทำไมถึงสำคัญ: ไฟที่จ่ายจากแบตเตอรี่รถยนต์มักจะมีอาการกระเพื่อมหรือสัญญาณรบกวนจาก

 

       อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในรถ (เช่น ไดชาร์จ หรือพัดลม) ชิปตัวนี้จะเข้ามาทำหน้าที่ "ทำความสะอาด"

 

       กระแสไฟเหล่านั้นให้เรียบสนิทและเสถียรที่สุด

 


7. ภาคขยายกำลัง (Power Amplification): Infineon MA5332MS Triple Array หัวใจแห่งพลังที่

 

ไม่ยอมประนีประนอม

 


* หัวใจของระบบขับกำลังใน Awave DSP6V5 คือการผสานเทคโนโลยีจากชิป Infineon MA5332MS

 

เกรดอุตสาหกรรมจำนวน 3 ตัว ซึ่งถูกจัดวางแบบ Triple Array บนแผงวงจรเพื่อขับกำลังในรูปแบบ 6

 

Channel High Power

 


* สถาปัตยกรรม Class D ประสิทธิภาพสูง: ชิป Infineon MA5332MS ไม่ใช่แค่ชิปแอมป์ทั่วไป แต่เป็น

 

ชิปClass D ที่โดดเด่นเรื่อง "ความเที่ยงตรง" ของสัญญาณสูงมาก การนำชิป 3 ตัวมาแบ่งงานกันทำงาน

 

(ตัวละ 2 แชนแนล) ช่วยลดภาระการทำงานหนักของชิปแต่ละตัว ทำให้แอมป์ไม่ต้องทำงานที่ขีดจำกัด

 

สูงสุดตลอดเวลา ส่งผลให้ความเพี้ยนต่ำ (Low THD) และเสียงที่ได้มีความสะอาดสดใสกว่าแอมป์ที่ฝืน

 

กำลังเครื่องครับ

 


* ความเร็วในการตอบสนอง (High Slew Rate): ด้วยคุณสมบัติของ Infineon ที่มีความเร็วในการตอบ

 

สนองต่อสัญญาณอินพุตที่รวดเร็วมาก ทำให้การถ่ายทอดเสียงที่มีจังหวะฉับพลัน (Transient Response)

 

เช่น เสียงกลองสะบัด หรือเสียงดีดกีตาร์ ทำได้แม่นยำและสมจริง ราวกับศิลปินมาบรรเลงอยู่ตรงหน้า

 

โดยไม่มีอาการเสียงหน่วงหรือยืดยาด

 


* การจัดการพลังงานแบบ Triple Array (Load Stability): ในจังหวะที่เพลงต้องการพลังงานสูง (เช่น

 

ช่วงกระแทกเบสหนักๆ) แอมป์ทั่วไปมักจะเกิดอาการ "ไฟตก" หรือแรงดันแกว่ง (Power Drop) ทำให้เสียง

 

เบสบวมหรือเบลอ แต่โครงสร้างแบบ Triple Array ในเครื่องนี้จะช่วยกระจายโหลดการทำงาน ทำให้

 

ระบบสามารถดึงกระแสไฟมาขับลำโพงได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้เสียงเบสที่ได้มีความกระชับ

 

ลึก และมีพลัง (Punchy & Tight) โดยที่กำลังขับไม่ลดลงแม้จะเปิดด้วยความดังระดับสูง

 


* ประสิทธิภาพทางความร้อน (Thermal Efficiency): ชิป Infineon ชุดนี้มีประสิทธิภาพสูงมากในแง่ของ

 

พลังงาน (Efficiency) ทำให้เกิดความร้อนสะสมน้อยกว่าแอมป์รุ่นเก่าๆ การทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่าช่วย

 

ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยรอบบนบอร์ดให้ยาวนานขึ้น และคงความนิ่งของเสียง

 

ไว้ได้แม้ต้องเปิดต่อเนื่องเป็นเวลานานระหว่างการเดินทางครับ


 

ถ้างานวิศวกรรมเสียงคือศิลปะ AWAVE DSp 6V5 คือผลงานชิ้นเอกที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหมดจด
 

ทุกรายละเอียดบนบอร์ดถูกออกแบบด้วย "ความซื่อตรง" ต่อสัญญาณเสียงอย่างสูงสุด นี่คือ DSP&
 
 
ที่ไม่ได้เพียงแค่ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งาน แต่คือหัวใจสำคัญที่จะยกระดับสุนทรียภาพแห่งการฟังของ
 
 
คุณไปอีกขั้นหากคุณกำลังมองหาระบบที่สมบูรณ์แบบ นี่คือตัวเลือกที่ต้องอยู่ในรายการอันดับต้นๆ ครับ



 

 

 

Technical data

 

 

Output channel equalizer

 

  • Centre frequency point: 20Hz~20KHz

 

  • Q-value: 0,3~15

 

  • Amplification: -15dB~+15dB

 

 

Electronic circuits

 

  • High-performance DSP from ADI

 

  • Analogue-to-Digital Converter (ADC): AKM5538 HI-End 768kHz/32-bit digital signal

 

  • HI-End components

 

  • Input channel
  •  
  •  
    • High-level input with combined frequency
  •  
    • Digital-to-Analogue Converter (DAC): AKM4458 HI-End 768kHz/32-bit
  •  
    • Professional audio operational amplifier
  •  
    • Hi-End professional audio capacitor
  •  
    • 8 high-level inputs
  •  
    • 2-channel RCA input and high-level 1.2 multiplexing
  •  
    • Optical input, coaxial input - 192kHz/32-bit support
  •  
    • OTG input - 192kHz/24-bit support
  •  
    • Bluetooth input

 

Bluetooth support

 

  • Bluetooth 5.0

 

  • Bluetooth protocol: A2DP/AVRCP

 

  • Bluetooth formats supported: aptX/aptX HD/AAC/SBC

 

 

Amplifier output channel

 

  • 6 high-level outputs

 

  • 4 RCA outputs

 

  • Class D amplifier:
  •  
  •  
    • 6CH x 90W (4Ω, 14.4V, 1kHz, 1% THD)
  •  
    • 6CH x 135W (2Ω, 14.4V, 1kHz, 1% THD)

 

 

Sound parameters

 

  • Signal-to-noise ratio: ≥100dB

 

  • Total harmonic distortion (THD): ≤0.01%

 

  • Input sensitivity

 

  • Input impedance

 

  • RCA output voltage

 

  • Operating voltage range: 9~18V

 

 

Input channel equalizer

 

 

  • Each input channel has an independent 5-segment equalizer

 

  • Filter type: PE (top) / LS (low shelf) / HS (high shelf) / 1st row, 2nd row ALLPASS

 

  • Centre frequency point: 20Hz~20KHz

 

  • Q-value: 0,3~15

 

  • Amplification: -15dB~+15dB

 

 

Input sources

 

  • Analogue, optical, coaxial input, Bluetooth, OTG

 

  • Parameters (DLC)

 

  • Intelligent recognition and automatic switching of the recording mode for multiple

 

  • audio sources

 

  • 8-channel input

 

 

Individual settings for each channel

 

  • Output gain adjustment: -40dB~0dB

 

  • Polarity adjustment: positive/negative

 

  • Delay adjustment: 0-20ms

 

  • Surround sound channels:
  •  
  •  
    • Front sound field
  •  
    • Rear sound field
  •  
    • Central sound field
  •  
    • Sound field surrounding the "starry sky"
  •  
    • Subwoofer

 

 

Filters and output signal splitting

 

  • Filter type: Butterworth/Nink-Rein/Bessel

 

  • Equalizer mode

 

  • Baseline phase

 

  • Output polarity

 

  • Output delay

 

  • Independent adjustment / absolute adjustment / relative adjustment / split point

 

  • adjustment

 

 

 

Output adjustments

 

  • Adjustment for each channel: 0°~360°

 

  • Polarisation for each channel: positive/negative

 

  • Delay for each channel: 0~20ms

 

  • Volume control:
  •  
  •  
    • Single channel volume: mute, -40dB~0dB
  •  
    • Subwoofer volume: mute, -40dB~0dB
  •  
    • Total subwoofer volume: mute, -40dB~+12dB
  •  
    • Total volume control: mute, -40dB~+12dB

 

 

Dimensions:

 

  • 224mm x 156mm x 49mm