- Teana UDC

ถือเป็นผลงานล่าสุดจากทางค่าย UDC ได้สันสร้างงานติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ระดับหัวแถวลงสู่ NEW TEANA คันนี้
โดยใช้ CONCEPT เดียวกับรถที่ใช้ในการแข่งขัน ผสานกับอุปกรณ์ระดับ TOP กับการออกแบบติดตั้งที่ตอบโจทย์เพื่อการแข่งขัน
ตั้งแต่การวางแผนในการติดตั้ง การแดมป์ การวางสาย การคำนวนตำแหน่งลำโพง รวมถึงการจูนเสียงที่เป็นจุดเด่นของทีม UDCทำให้รถคันนี้เป็นอีกคันที่อยากให้จับตามองในสนามแข่งขันในปีนี้ว่า SYSTEM นี้จะสามารถกวาดรางวัลจากการแข่งขันในปีนี้
งานติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ของบ้านเราทุกวันนี้เป็นที่ยอม รับในระดับเอเชีย ทั้งเรื่องรูปแบบความสวยงาม ความเรียบร้อยลงตัว และที่แน่นอนที่สุดคือเรื่องคุณภาพเสียง ซึ่งในกลุ่มนักแข่งเครื่องเสียงรถยนต์ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียว กันว่านักแข่งไทยมีความพร้อมและการเตรียมตัวที่ดีมากๆ ถ้างานไหนมีนักแข่งไทยต้องถูกจับตามองเป็นพิเศษ จากที่เคยเป็นม้านอกสายตา ทุกวันนี้ศักยภาพของเราถือว่าดีกว่าหลายๆ ประเทศเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งเป็นผลจากการจริงจังในเรื่องการแข่งขันทำให้ทุกวันนี้รถ เครื่องเสียงบ้านเราหลายๆ คัน โดดเด่น น่าสนใจ จนหลายๆ ประเทศต้องบินเข้ามาสัมผัสตัวจริงกันเลยทีเดียว

งาน SOUND CONCEPT ที่ออกแบบได้อย่างเรียบหรู พร้อมทั้งสามารถ SIDE ปรับระดับได้อีกด้วย

อีกมุมมองของการออกแบบ SOUND CONCEPT ที่เน้นความลงตัวด้วยแสงไฟ
สำหรับ teana คันนี้ ผมยอมรับในความคิดสร้างสรรค์ของ udc car audio ที่มาแบบแหวกแนวด้วยการสร้างชิ้นงาน sound concept ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งถึงแม้งานในรูปแบบนี้จะมีให้เห็นกันมามากแล้ว แต่สำหรับ teana คันนี้พิเศษกว่าเพราะเค้าไม่ได้ต่อสายต่างๆ เข้าสู่ power amp ผ่าน terminal plug หรือขั้วต่อของตัว Power amp ซึ่งดูแล้วเหมือนเอา power amp มาวางไว้เฉยๆ แต่กลับให้น้ำเสียงและพลังเสียงที่ดีมีพละกำลังเหมือนผ่าน ภาคขยายจาก power amp ยังไงหยั่งงั้น นั่นเป็นเพราะทาง udc ได้โม power amp ใหม่ด้วยการต่อสายออกทางด้านหลัง ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนทำง่ายๆ แต่ power amp ที่ติดตั้งอยู่ตรงนี้ สามารถหมุนได้ถึง 180 องศา นั่นหมายความว่า ถ้าซ้อนสายไม่ดี ในระหว่างที่ power amp หมุนก็จะเห็นสาย แต่ในงานนี้ทำได้อย่างแนบเนียนมากๆ ไม่ว่าจะหมุนไปทางไหน ก็ไม่เห็นสายไฟให้เกะกะลูกตาเลยทีเดียว นอกจากจุดเด่นตรงนี้แล้ว ในตัวงาน sound ที่อยู่ท้ายรถได้เสริมลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ด้วยหลอด led ที่ให้แสงจากด้านหลัง Power amp ทำให้ power amp ดูเหมือนมีออร่าเปล่งประกายออกมา ส่วนด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งจัดเป็นที่อยู่ของอุปกรณ์เสริมโดยได้สร้างชิ้นงานรองรับ อย่างสวยงาม เก็บงานทั้งห้องสัมภาระด้วยหนังกลับทั้งหมดเสริมความรู้สึก หรูหราได้เป็นอย่างดี ในส่วนของห้องโดยสารก็มีการทำกันเยอะไม่ใช่น้อย เริ่มจากการติดตั้งลำโพง midrange และ tweeter ที่ a-pillar เพื่อยกเวทีเสียงให้สูงขึ้น ส่วนลำโพง woofer ติดตั้งที่แผงข้างประตูในตำแหน่งเดิม บริเวณที่นั่งฝั่งซ้ายได้ทำการติดตั้งตู้ลำโพง subwoofer เอาไว้ ซึ่งหากไม่สังเกตคงดูไม่ออกว่ามีการแอบติดตั้งตู้ลำโพงเอา ไว้ตรงส่วนนี้ สาเหตุที่ต้องติดตั้งลำโพง subwoofer ไว้ตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกลครับ เพราะต้องการจัดมิติเสียงให้มีความสมจริงเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนจอที่บริเวณคอนโซลกลางให้เต็มขึ้นด้วย มอนิเตอร์ขนาด 8 นิ้ว ความละเอียดสูงแทนที่มอนิเตอร์เดิม ซึ่งยังคงแสดงฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถได้ตามปรกติแถมดูหนังได้ชัดขึ้นอีกต่างหาก ส่วนเครื่องเล่นที่รับหน้าที่เป็น head unit นั้นถูกติดตั้งเอาไว้บริเวณช่องเก็บของที่ด้านล่างของคอนโซล กลางเพราะไม่ต้องการไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับชุดเครื่องเล่น built-in ที่สวยงามหรูหราลงตัวอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเพิ่มความบันเทิงให้ผู้โดยสารตอนหลังด้วยชุดจอ มอนิเตอร์ขนาด 12 นิ้ว ที่สร้างขึ้นมาในรูปแบบ built-in เหมือนจอมอนิเตอร์ใน ยนตรกรรมสุดหรู อย่าง benz หรือ bmw รุ่นสูงๆ ที่มักจะให้จอมอนิเตอร์มาในรูปแบบนี้ ถือเป็นงานติดตั้งระดับ premium ที่หรูหราลงตัวมากๆ สำหรับชุดเครื่องเสียงที่อัดแน่นใน teana คันนี้





มอนิเตอร์แบบพิเศษ ออกแบบเฉพาะสำหรับความ VIP โดยเฉพาะ
สำหรับ ระบบเสียงใน teana คันนี้ ต้องขอบอกว่าอุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้ล้วนเป็นของชั้นเลิศ โดยเริ่มต้นจากเครื่องเล่นที่เลือกใช้เป็นรุ่นสูงสุดจากค่าย alpine อย่าง dvi-9990e หรือที่รู้จักกันดีในนาม f#1 ทำงานร่วมกับ processor แบบตรงรุ่นอย่าง pxi-h990 ก่อนจ่ายสัญญาณไปยัง power amp ของ dls ทั้งหมด โดยเลือกใช้เป็น power amp แบบหลอดอย่าง ultimate ta2 ถึง 3 เครื่องด้วยกัน โดยได้แยกนำไปขับลำโพง 3 ทางแยกชิ้นรุ่นที่สามารถสร้างตำนานหน้าใหม่ให้กับ dls และ udc ได้ อย่าง Scandinavia ซึ่งแยกขับแบบ one by one หรือ power amp 1 เครื่องต่อลำโพง 1 คู่ นอกจากนี้ยังมี power amp สำหรับขับลำโพง subwoofer ซึ่งได้เลือกใช้เป็น dls a6 นำไปขับลำโพง subwoofer ขนาด 10 นิ้ว รุ่น ultimate Iridium 10 นอกจากอุปกรณ์ทางด้านเสียงหลักๆ แล้ว ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ใส่ลงไปอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นมอนิเตอร์ขนาด 8 นิ้วและ 12 นิ้วของ alpine ชุดฟิวส์จาก furutech ชุดสายไฟสายสัญญาณเกรด premium ขั้วต่อทองเหลืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าจะกล่าวให้ครบคงใช้เนื้อที่อีกเยอะซึ่งเราเกรงว่าจะ ไม่พอเอา
ขอบคุณเนื้อหาจาก SOUND MOBIL
